~!!:. T h O ! t ! n G .:!!~

ชีวิตก็เหมือนละคร หลากหลายอารมณ์ หลากหลายเรื่องราว ปะปนกันไป จะยืนอยู่ตรงไหน จะเดินทางใด เราเลือกเอง ในเมื่อเลือกแล้ว จง (ทำใจ) ยอมรับในผลลัพธ์ที่จะได้รับ และจงอย่าห้ามความรู้สึกของตัวเอง เพราะความรู้สึกมันห้ามกันไม่ได้ แต่จงควรจะควบคุมการกระทำและการแสดงออกให้เหมาะสม

Wednesday, May 04, 2005

คุณเป็นหนึ่งในผู้ฆ่าความฝันหรือเปล่า

คุณเป็นหนึ่งในผู้ฆ่าความฝันหรือเปล่า


/*คอลัมน์ คุยกับประภาส (มติชน วันอาทิตย์ หน้า 17)
โดย ประภาส ชลศรานนท์*/

ถึง พี่ประภาส

น้องชายดิฉันจบด้านสื่อสารมวลชน ตอนเรียนเขาก็ดูไฟแรงดี
พอจบมาแล้วกลายเป็นคนขี้เกียจไปได้ยัง
ไงไม่รู้ พยายามบอกให้เขาลุกขึ้นทำอะไรบ้าง แม่ก็อยากให้ไปทำงานบริษัท
เขาก็บอกว่าไม่อยากเป็น
ลูกน้องใคร บอกให้ลองลงทุนทำอะไรเอง หรือไม่ก็คิดเรื่องใหม่ๆ
หรือแต่งเพลงออกมาสักม้วนอย่างที่
เคยทำสมัยเรียน เขาก็เอาแต่กวนประสาทบอกว่า สมัยนี้มันไม่เหมือนเมื่อก่อน
คิดอะไรไปก็มีคนทำหมด
แล้ว เพลงรัก เพลงเพื่อชีวิต ก็ถูกแต่งหมดแล้ว ไม่รู้จะแต่งอะไรอีก
จะให้ค้าขายอะไรเขาก็บอกว่า อัน
นี้ก็ทำไม่ได้ อันนั้นก็ไม่น่าทำ ฟังแล้วท้อค่ะ บางทีดิฉันมีโปรเจ็คต์ดี ๆ
ไปชวนเขาทำ เขาก็เบรกเราเสีย
เราเองก็ไม่กล้าทำตามเขาไปเลย

พี่ประภาส พอจะมีอะไรแนะนำให้ต่อกรกับคนแบบนี้บ้าง

นุช

-------------------------------------------------------------------------
เคยได้ยินประโยคทำนองนี้กันบ้างไหมครับ บทสนทนาในละครฉากเล็กๆ
ของชีวิตจริง
ลูกชาย- "พ่อ เห็นตึกสี่ชั้นที่อยู่หน้าหมู่บ้านนั่นไหม
เขาติดประกาศขายแล้ว ไม่ไกลจากบ้านเราด้วย
หน้ามันกว้างดี จอดรถน่าจะได้สองคันสบายๆเลยนะพ่อ"
พ่อ - "ไหน หลังไหน ร้านหนังสือเก่านั่นน่ะเหรอ ละเมอไปหรือเปล่า
อย่างเราจะมีปัญญาไปซื้อ
อย่างไรไหว"
ลูกชาย - "ลองโทร.ไปถามหน่อยไม่ดีหรือ
เผื่อเอาเข้าแบงก์แล้วขยับขยายร้านได้ใหญ่ขึ้น"
พ่อ - "เสียเวลา เสียค่าโทรศัพท์เปล่าๆ ก้มหน้าก้มตาทำงานไปเถอะ"
-------------------------------------------------------------------------
สามี - "ไปเที่ยวยุโรปกันไหม กลางๆ ปีเขาว่าไม่หนาวมาก
อยากไปเห็นเมืองนอกบ้าง"
ภรรยา - "ไปต่างประเทศ คุณจะมีเวลาหรือ แล้วเรื่องเงินอีก ไหนจะค่าตั๋ว
ค่าที่พัก แล้วยังต้อง
ซื้อของฝากคนอื่นอีกล่ะ โอย ยุ่งยากเปล่าๆ อย่าคิดอะไรเกินตัวนักสิ
-------------------------------------------------------------------------
น้อง - "พินัยกรรมสรุปออกมาแล้ว คุณป้าท่านยกเงินให้เราแสนหนึ่งแน่ะ"
พี่ - "แสนหนึ่ง ค่าทนาย ค่าธรรมเนียม
แล้วก็ต้องผ่อนรถที่เหลืออีกสามสี่เดือน จะไปเหลือสักเท่าไร
ไม่เห็นน่าดีใจเลย"
-------------------------------------------------------------------------
อาจารย์ที่ปรึกษา - "อีกอาทิตย์เดียวก็สอบใหญ่แล้วนะ
เธอนอนอยู่โรงพยาบาลนานขนาดนั้น ขาดเรียน
สิบกว่าครั้งอย่างนี้ อ่านทวนเยอะๆหน่อยก็ดี ข้อสอบปีนี้ไม่ง่ายนะ"
นักศึกษา -"อ่านอย่างไรอ่านก็ไม่ทันแล้วครับ หนังสือตั้งเกือบสิบเล่ม
อาทิตย์เดียวจะไปอ่านทันได้อย่าง
ไร ช่างมันเถอะครับอาจารย์ มันจะตกก็ให้มันตกไป
อ่านไปก็ไม่มีประโยชน์แล้ว"
-------------------------------------------------------------------------

บางทีผมก็แอบเรียกคนมองโลกในแง่ร้ายอย่างนี้ว่า "นักฆ่าความฝัน"
ในสังคมรอบๆ ตัวท่านผู้อ่านก็คงมี
ให้เห็นบ้างละครับ
ทั้งแบบนักฆ่าสมัครเล่นที่มองอะไรก็เห็นว่าเป็นไปไม่ได้หมด กับพวกนักฆ่ามืออาชีพ
พวกนี้ต่างจากพวกสมัครเล่นก็คือไม่เพียงแต่มองไม่เห็นความเป็นไปได้แค่นั้น
พวกนี้ยังออกโรงออกแรง
ค้านอย่างจริงจัง จนทุกโครงการที่นักฝันคนไหนก็ตามเสนอขึ้นมา
เป็นหมันตั้งแต่ออกจากปากแล้วคุณ นุช
เขียนมาขอวิธีต่อกรกับพวกฆาตกรความฝัน
ยอมรับครับว่าทุกวันนี้ผมก็ยังผจญภัยกับคนเหล่านี้อยู่

วิธีคิดของผมก็คือ อย่ามองเขาเป็นศัตรู
มองเขาเป็นเพื่อนมองเขาเป็นฝ่ายค้านที่มาช่วยติงช่วยติแต่อย่า
ยอมให้เขาฆ่าความฝันเราได้นะครับ
ที่สำคัญที่สุดหากเราทำให้ฝันที่เขาคิดว่าเป็นจริงไม่ได้สำเร็จเป็น
รูปเป็นร่างให้เขาเห็นได้บ่อยๆ ต่อไปเขาก็จะไม่กล้าฆ่าความฝันใคร
แม้แต่ของตัวเอง

มีกรณีศึกษาจากนักจิตวิทยาที่ผมเคยอ่านเจอ
นักฆ่าความฝันพวกนี้มักมีปมในวัยเด็กกับประสบการณ์แย่ๆ
เช่น พ่อกับแม่ชอบสัญยิงสัญญาอะไรกับเขาแล้วไม่เคยทำได้สักครั้ง
คงเคยเห็นใช่ไหมครับพ่อแม่ที่รับ
ปากลูกไปวันๆ ฝันอันงดงามในความรู้สึกของเด็กจึงกลายเป็นฝันลมๆ แล้งๆ
แทบทุกครั้ง หนักเข้าก็
เริ่มไม่วางใจใคร สุดท้ายการมองโลกในแง่ร้ายก็เลยฝังลึกลงก้นบึ้งจิตใจ

ไม่มีอะไรแนะนำมากกว่านี้ครับ นอกจากขออนุญาตเล่าถึงโครงการแปลกๆ
ในอดีตให้ฟังกัน ฝากเอาไป
เล่าให้น้องชายคุณนุชฟังอีกต่อด้วยนะครับ
โครงการพวกนี้ล้วนเคยเป็นโครงการที่ไม่น่าสนใจแทบทั้งสิ้น
ครับ

อากิโอะ โมริตะประธานฯบริษัทโซนี่ มองเห็นอีฟูกะ
ผู้ร่วมก่อตั้งโซนี่อีกคนหนึ่งชอบหิ้วเครื่องเล่นเทป
พร้อมกับหูฟังติดอยู่ที่หูเดินไปไหนมาไหนอยู่เรื่อย จึงออกปากถามถึงเหตุผล
อีฟูกะบอกว่าเขาชอบฟัง
เพลงเป็นชีวิตจิตใจ เดินไปนั่งตรงไหนก็อยากเอาเพลงไปฟังด้วย
แต่ไม่อยากเปิดเบาๆ และก็ไม่
อยากให้หนวกหูคนอื่นจึงจำต้องใช้หูฟัง อากิโอะ
ได้ยินเข้าก็เกิดความคิดสว่างวาบขึ้นที่จะทำสินค้าออก
ขาย โดยคิดย่อเครื่องเล่นเทปให้เล็กลง พร้อมหูฟังที่เล็กลงด้วย ใช่ครับ
จุดกำเนิดซาวนด์นอะเบาต์
มันเกิดง่ายๆ อย่างนี้แหละครับ แต่ฝ่ายการตลาดไม่เห็นด้วยกับสินค้าตัวนี้
คำวิจารณ์แรงๆก็คือ
"จะมีใครที่ไหนโง่มาซื้อเครื่องเล่นเทปที่ไม่มีส่วนของการบันทึกเสียง"
อากิโอะไม่คิดอย่างนั้น เขาไม่
ยอมให้ใครฆ่าความฝันของเขา เขาเชื่อว่าซาวนด์อะเบาต์นั้น
มีไว้เพื่อฟังไม่ใช่เพื่ออัด การจะใส่ส่วน
ของการบันทึกเสียงลงไปด้วยจะทำให้เครื่องใหญ่ขึ้น
และเพื่อไม่ทะเลาะกับฝ่ายการตลาดเขาขอเป้า
การขายแค่เพียงปีละหนึ่งแสนเครื่องเท่านั้น
และไม่ต้องทุ่มโฆษณาให้สินค้าตัวนี้มากนักด้วยปีแรกที่วาง
ตลาด ซาวนด์อะเบาต์ ทำยอดจำหน่ายให้โซนี่เท่าไรรู้ไหมครับ สี่ล้านเครื่อง!

เรื่องราวของอากิโอะนั้นคล้ายๆ กับ บิล เลียร์ แต่ตอนจบกลับไม่เหมือนกัน
บิล เลียร์ คิดเรื่อง
วิทยุติดรถยนต์ขึ้นมาครั้งแรก คนรอบๆ ข้างเขา
ต่างรุมถล่มความฝันอันบรรเจิดของเขาอย่างหูดับตับไหม้
ความเห็นที่มองไปทางเดียวกันก็คือ
"มันเป็นไปไม่ได้เลยที่ผู้คนจะติดวิทยุไว้ในรถ เพราะมันจะทำให้
คนขับเสียสมาธิได้" ไม่รู้ว่าเลียร์ไม่หนักแน่นพอ
หรือนักฆ่าพวกนั้นออกอาวุธหนักเสียจนเลียร์ตั้งตัวไม่ติด
เขายอมขายความคิดนี้ให้กับ บริษัทกัลวิน แมนูแฟคเตอร์ ไป
หลังจากร่ำรวยจากวิทยุติดรถยนต์
บริษัทกัลวินนี้ ก็ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น โมโตโรลา
บริษัทที่เป็นยักษ์ใหญ่บริษัทหนึ่งในวงการโทรศัพท์มือถือ
ตอนนี้

พูดถึงโทรศัพท์มือถือ นี่ถ้า เกรแฮมเบลล์ ผู้ประดิษฐ์โทรศัพท์รู้ว่า
ทุกวันนี้มีคนบนโลกใช้โทรศัพท์อยู่ตลอด
เวลาไม่เว้นแต่วินาทีเดียว เขาคงดีใจที่สุด เพราะตอนที่เบลล์
เพิ่งทดลองโทรศัพท์ข้ามแม่น้ำสำเร็จ
ใหม่ๆ เมื่อร้อยสามสิบปีก่อน
นายกเทศมนตรีให้สัมภาษณ์นักข่าวดูแคลนสิ่งประดิษฐ์ของเบลล์ว่า
"ของเล่นอันนี้มันก็ดีอยู่หรอก แต่มันจะใช้ทำอะไรได้"

ปี พ.ศ.2505 บริษัทแผ่นเสียงยักษ์ใหญ่ เดคค้า เรคคอร์ด
ปฏิเสธงานของวงดนตรีหน้าใหม่ที่ชื่อเดอะ
บีตเทิลส์ด้วยเหตุผลว่า "เพลงที่เล่นด้วยกีตาร์กำลังจะหมดสมัยแล้ว"

ใกล้ๆ ตัวนี่เลยครับ จา พนม ที่กำลังเนื้อหอมในต่างประเทศ
จากหนังเรื่ององค์บาก ก็เคยถูกคำวิจารณ์
จากบริษัทเก่าที่จา เคยเซ็นสัญญาด้วยว่า "เขาไม่มีเสน่ห์พอ
ถ้าจะทำหนังให้เขาเล่น เขา
ต้องประกบกับพระเอกที่หล่อกว่าเขา" ไม่รู้ ปรัชญา ปิ่นแก้ว ผู้กำกับฯ
องค์บาก ประชดประชันหรือคิด
อะไรอยู่ หลังจากมาเซ็นสัญญากับบริษัทใหม่ เขาให้จาเล่นหนังเรื่องแรก
โดยประกบกับหม่ำ จ๊กมกเสีย
เลย มองคำทักท้วงเหล่านี้เป็นมิตรสิครับ แล้วเอาชนะมันให้เขาเห็น

เมื่อ 60 ปีก่อน โทมัส วัตสัน ประธานไอบีเอ็ม
ยังเคยพูดถึงคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเลยว่า
"ตลาดของพีซีทั้งโลก น่าจะมีประมาณห้าเครื่องได้มั้ง" ดีนะครับ
ที่สุดท้ายแล้ว ผู้บริหารรุ่นหลังของ
ไอบีเอ็มไม่ได้เชื่อคำพูดของวัตสัน

ประโยคสกัดดาวรุ่งประโยคสุดท้ายครับ เป็นของนักฝันชื่อดัง บิล เกตส์
เจ้าพ่อไมโครซอฟท์ ฟังประโยค
นี้แล้วอย่าหัวเราะดังนะครับ บิล เกตส์ พูดไว้เมื่อปี พ.ศ.2511
คนเรานี่บางทีก็เผลอเป็น
นักฆ่าความฝันของตัวเองไปเหมือนกัน
เขาพยากรณ์ถึงหน่วยความจำของคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลในอนาคต
ว่า "640k ก็น่าจะเพียงพอแล้วสำหรับทุกๆ คน"




--------------------------------------------------------------------------------


/*จบดื้อ ๆ งี้แหละค่ะ เด๋ววันหลังจะเอาอีกเรื่องของพี่ประภาสมาให้อ่านกันมั่ง (เค้าจะว่าเรามั๊ย?) สนุกดีนะ*/

Tuesday, September 28, 2004

กูเป็นห่วงมึงนะเนี่ย!!

Tuesday September 28 2004

กูอ่านคอมเม้นต์แล้วกูใจหายเลยอะ
กูไม่อยากให้มึงเครียด
ไม่อยากให้มึงคิดมาก
แต่กูก็ไม่รู้จะช่วยมึงยังไง
อยากโทรไป ก็โทรไม่ได้อีก
รอหน่อยนะ ใกล้จะสิ้นเดือนละ
เด๋วกูโทรไปให้มึงระบาย เด๋วกูฟังเอง

ทำใจให้สบายเข้าไว้ว่ะ แต่ทำยังไงนั้น กูเองก็ไม่รู้เหมือนกัน
กูว่า มึงอย่าเพิ่งคิดเรื่องอะไรเลยนะ ตอนนี้อะ
ทั้งเรื่องงาน และก็เรื่อง ... นั้นแหละ

แต่มันก็ทำไม่ได้ใช่ม๊า จะห้าม ไม่ให้มันคิด ก็ไม่ได้
เออ กูรู้ (แล้วกูจะพูดทำไม)
คิดสิ ว่า เนี่ย ถ้าเราเครียด คนอื่นก็ต้องเป็นห่วงเรา
ไม่ใช่แค่กูนะที่เป็นห่วง ยังมี พี่ ๆ (พี่ไหนคงรู้นะ) พ่อมึง แม่มึงอะ

กูจะช่วยมึงยังไงดีวะเนี่ย
เฮ้อ~
คิดไรไม่ออก

เพื่อนแต่ละคนที่อยู่เยอรมัน นี่ แม่ง น่าเป็นห่วงหมดเลยว่ะ
(___ ___ )”




ปล. เพิ่งรู้ ว่าน้องเค้า ยังเข้ามาอ่านไดฯ ทุกวันอยู่ แต่ไม่ได้เม้นต์ เวง - -


รูป

Saturday, September 25, 2004

อารมณ์ต่อเนื่อง~

Saturday September 25 2004



อ่า... จริง ๆ วันนี้ อารมณ์ยังต่อเนื่องจากเมื่อวาน (ที่เขียนในไดฯ เมื่อวานอะนะ ถ้าใครได้ไปอ่านที่เขียนไว้อีกที่ จะรู้ว่าอารมณ์ยังไง ^^ ) แล้วก็กะว่าจะเขียน ลงในไดฯ ซักกะหน่อย แต่ปรากฏว่า มีเหตุที่ต้องทำให้ข้าพเจ้า ไม่สามารถเขียนลงในไดฯ ได้อีก (แต่ไปเขียนที่อื่นไว้ก่อน ชั่วคราว)

เนื่องจากว่า มีผู้ไม่ประสงค์อยากให้อ่าน เข้ามาอ่านไดฯ ข้าน้อยเข้า จึงจะต้องทำการเปลี่ยนชื่อไดฯ ในเร็ว ๆ นี้ (แต่กูยังไม่ได้ติดต่อป้าอิดิตู้ เลยวุ๊ย)

ช่วงนี้ก็ไปเขียนไว้อีกที่นึงอยู่อะนะ แต่ว่า ไม่สามารถ บอกให้รู้ได้ (ใครที่รู้แล้วก็เงียบไว้ก่อนนะ เด๋วจะมีคนตามมาอ่านอีก กลุ้มจายสาดดดดดดดดดดด~)

จึงขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้ด้วย

ด้วยความเคารพอย่างสูง และ ความรักอันแรงกล้า~ ^^


************


เมื่อวาน คุณธวัช นายใหญ่จากออฟฟิศ มาเยี่ยม site อีกแล้ว หลังจากที่เรียกประชุมกันตอนเย็น ลาภปากก็ลอยมา เหมือนคราวที่แล้ว นายเค้าก็พาไปเลี้ยงข้าว แล้วร้านนั้น ก็มีคาราโอเกะให้ร้องซะด้วย

อีตอนแรก ก็เขิน ๆ ไม่กล้าร้อง (แบบว่าเสียงมันหย่ายยยยย ไม่เพราะอย่างแรง - -“ ) แต่ก็แอบไปร้องช่วย ๆ พี่เค้าเพลงนึง เพลง Have you ever seen the rain (เพลงสากลด้วยเว๊ย ขอบอก) แล้วก็ร้องเองเพียว ๆ เพลงสองเพลง มี All my loving ของ The beatles แบบว่า ช่วงนี้ ชอบเพลงนี้มาก ๆ ถ้านึกเพลงไรไม่ออก ก็ร้องเพลงนี้ทุกที ^^ และอีกเพลง ก็ เพลง เพื่อนสนิท แต่ร้องไม่หนุกเลย คนฟังมีแต่แก่ ๆ เค้าเลยไม่มีอารมณ์ร่วม วัยรุ่นเซ็ง - -“

จริง ๆ ก็กะว่าจะร้องหลายเพลงอยู่ แต่พอดี เพื่อนรักโทรมา ใช่ใครที่ไหน พลทหารกิตติศักดิ์ เพื่อนกูนี่เอง ก็เลยเม้าส์กระจาย ไปกว่า ครึ่ง ชั่วโมง (อุตส่าห์ว่าจะไม่โทรหาใครแล้วเชียว แต่บอกมันไว้ถ้ามันโทรมาจะโทรกลับ แล้วก็ไม่ค่อยได้คุยกะมันเท่าไหร่ด้วยแหละ)

ค่าโทรสับเดือนนี้ ก็เกือบจะสองพันแล้ว เอาอีกแล้วสิกู T_T

ข้าน้อยขอตัวก่อนเด้อ~

ปล. ย้ำ “รักเธอ อย่างบริสุทธิ์ใจ” ใครจะเคยรู้สึกแบบนี้บ้างมั๊ยน๊า~ ....... ต้องมีแหละเน๊อะ ^^

ปล. สอง ... ถ้าคุณคนที่ทำให้ข้าน้อย หนีคุณ กลัวคุณเข้ามาอ่านหัวซุกหัวซุนอย่างนี้ อ่านแล้วก็คงกระจ่างนะ แต่ยังไง ต้องเปลี่ยนชื่อแน่ๆ ไม่เขียนต่อแล้ว ชื่อนี้ หึ ๆ



น้องกวางน้อย ณ อุดรธานีจ้า เธอมี “เนื้องอก” อะ ช่วยกันไปให้กำลังใจเยอะ ๆ น๊า~
http://raindeer.diaryclub.com




**รูป จ้า**
ยังคงเป็นรูป ดอกฝิ่นอยู่
(แต่เมื่อวานเป็นรูป “เรารักกัน” เว๊ย ฮ่า ๆ ๆ)

ดอกฝิ่น


**ใจบาง ๆ**

เป็นเพราะเรา เป็นเพราะเรามากกว่า
เป็นเพราะใจ เป็นเพราะใจเราอ่อน
อ่อนแออยู่เสมอ เพียงพบคนถูกใจ
เก็บมาใส่ดวงใจฉันไว้ ฝันลมๆมากมาย

แล้วเป็นไง พอหัวใจต้องเจ็บ
เขาคนดี มีแล้วมีคนอื่น
เจ็บใจอยู่อย่างนั้น เพียงพบความผิดหวัง
ได้แต่ปลอบปลอบใจตัวเอง หวังอะไรมากมายนะใจ

เป็นเพราะใจเราอ่อน อยากทำหัวใจขึ้นใหม่
อยากตบแต่งดวงใจเล็กๆ ให้แข็งแรงพอจะทนไหว

พอแล้วพอ พอฉันพอดีกว่า
คิดไปเอง ทำให้ใจต้องเจ็บ
สุขเพียงสุขเล็กน้อย ยามพบคนถูกใจ
แต่พอเจ็บมันเจ็บเกินใคร เป็นเพราะใจเราบางเหลือเกิน



ถึงใจจะบาง แต่วันนี้ก็มีความสุข ^^

Friday, September 24, 2004

วันนี้ รักเธอได้ โดยที่ไม่หวังให้เธอรักตอบ ^^

Friday September 24 2004
วันนี้ รักเธอได้ โดยที่ไม่หวังให้เธอรักตอบ ^^

เช้านี้ กินคอนเฟลคกะนม แทนข้าว อืม....ก็พอทนได้ พอประทังชีวิต จริง ๆ เราไม่ต้องกินเยอะก็ได้นี่นา
และข้าวกลางวันวันนี้ ก็สั่งข้าวไข่เจียวมากินละ ใกล้ ๆ จะได้กินข้าวกลางวันแว้วววว โฮ๊ะ ๆ ๆ

อ่า .... เล่าเรื่องเมื่อวานดีกว่า
เมื่อวาน ก็ .. อาการภายนอกก็ยังเหมือนวันก่อน ๆ อยู่ ไม่ค่อยพูด ไม่ค่อยจา แต่ในใจ จริง ๆ แล้วก็สบายใจขึ้นนิดหน่อย กลับมาคิดได้อีกนิดหน่อย แต่ก็ยังไม่อยากคุยซักเท่าไหร่ ช่วงนี้ ก็เลยอารมณ์ เฉย ๆ ... คงไม่นานหรอก จะกลับมา บ้า ๆ บอ ๆ กวนตีนได้เหมือนเดิม สบายใจได้แล้วนะ สำหรับที่เป็นห่วงอยู่อะ ขอบคุณเค่อะ ^^

เมื่อวานก็นั่งทำงานไป งานเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่มีงานหนัก ๆ เลย ทำ ๆ ไป เหตุการณ์ปกติดี (แต่พี่ ๆ ก็ยังไม่กล้าเข้ามาคุยกะกูอยู่ดีแหละ ก็เล่นนิ่งซะผิดปกติ ขนาดนั้น แล้วใครมันจะกล้ามาคุยว่ะ กูนี่แย่จริง ๆ ก็อยากจะบอกเค้าเหมือนกัน ว่า “มันไม่มีไรร๊อกกกก พี่ แค่ขี้เกียจคุย” แต่เค้าก็คงไม่เชื่อ แล้วก็ขี้เกียจตอบคำถาม ไม่พูดแม่งดีกว่า โฮ๊ะ ๆ ๆ)

แล้วในขณะที่กำลังทำงานไปเรื่อย ๆ อยู่ ก็มีคนมาทักใน msn
ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น คนที่ ไม่ได้คุยมานานมากกกกกกกกกกก
คนที่เราโทรไปแล้วเค้าไม่รับ คนที่ไม่ยอมโทรกลับ
คนที่ตัดเยื้อใย คนที่ทำให้เราเสียใจ คนที่จะเป็นไม่ได้แม่แต่คนรู้จักกัน

::GoLf:: (เมื่อวานเพิ่งจะเอ่ยถึงในไดฯ เอง แล้วเค้าก็โผล่มา ซะงั้น!~)

เค้าเข้ามาทักเรา ...

//up_2_gu <<< กอล์ฟ // T h O ! t ! n G <<< ต้อยติ่ง up_2_gu: hi
[16:22:55] T h O ! t ! n G: :D
[16:22:57] T h O ! t ! n G: หวัดดีคับ
[16:23:12] T h O ! t ! n G: เป็นไงมั่งอะ สบายดีป่าวคุณ

[16:24:09] up_2_gu: saby d ka
[16:24:14] up_2_gu: pim thai mai dai na
[16:24:21] up_2_gu: yu mahalai a

[16:24:30] T h O ! t ! n G: อ่าว - -"
[16:24:47] T h O ! t ! n G: ตกลงตอนนี้เรียนอะไรอยู่ที่ไหนอะ

[16:24:50] up_2_gu: display narak jung
[16:24:58] up_2_gu: p`thoi saby d pow kid teung jung
[16:25:04] up_2_gu: Abac
[16:25:10] up_2_gu: :D

[16:25:14] T h O ! t ! n G: กำ - -"
[16:25:18] T h O ! t ! n G: ไปเอแบคไม่บอกเลยนะ

[16:25:27] up_2_gu: tummai a
[16:25:30] up_2_gu: nga

[16:25:32] T h O ! t ! n G: แต่เคยถามจอยเหมือนกัน จอยเคยบอกแต่ไม่แน่ใจอะ
[16:25:38] up_2_gu: khor thod
[16:25:47] up_2_gu: umm

[16:25:51] T h O ! t ! n G: พี่ก็ว่า ทำไมหายไปเลยอะ
[16:26:03] T h O ! t ! n G: คิดถึงเหมือนกัน ถ้าไม่คิดถึง
ไม่โทรไปหรอกวันนั้นน่ะ

[16:26:06] up_2_gu: mai dai hai pai nhai
[16:26:26] up_2_gu: khor thod poe d brother don rod chon a

[16:26:32] T h O ! t ! n G: ไม่หาย แต่ก็ไม่ติดต่อมาให้เรารู้บ้างเลยไง
[16:26:34] up_2_gu: ton nun yu hos.

[16:26:39] T h O ! t ! n G: เวง - -"
[16:26:41] up_2_gu: kui mai dai
[16:26:44] T h O ! t ! n G: อื้อ ๆ
[16:26:48] up_2_gu: yung chai ber derm pow
[16:26:59] T h O ! t ! n G: อื้อ เบอร์เดิม
[16:27:09] up_2_gu: jaaaaaaaaa
[16:27:10] T h O ! t ! n G: ไม่ได้ว่าไรไง
[16:27:17] T h O ! t ! n G: แค่เห็นหายไปเลยอะ

[16:27:22] up_2_gu: ngun gob pai gorn na
[16:27:35] up_2_gu: tel ma kui dai na
[16:27:56] up_2_gu: pai lae kid teung na bye bye

[16:27:59] T h O ! t ! n G: ได้จริงง่ะ
[16:28:03] T h O ! t ! n G: คับ ๆ

[16:28:06] up_2_gu: joob joob (K)
[16:28:06] T h O ! t ! n G: บาย
[16:28:10] T h O ! t ! n G: - -"

[16:28:13] up_2_gu: dai si
[16:28:28] T h O ! t ! n G: กลัวโดนแฟนคุณด่า ฮ๋าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
[16:28:37] T h O ! t ! n G? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] (S) :~
- ? กลัวโดนแฟนคุณด่า ฮ๋าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
[16:28:41] T h O ! t ! n G: กลัวโดนแฟนคุณด่า ฮ๋าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
[16:28:50] T h O ! t ! n G? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] (S) :~
- ? กลัวโดนแฟนคุณด่า ฮ๋าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


ไอ้ตอนหลัง ๆ ที่บอกว่า “กลัวโดนแฟนคุณด่า ฮ่า ๆ ๆ “ อะ คือ เค้าคงออฟไลน์ไปแล้ว ส่งให้ไม่ทัน - -“
กะจะให้อ่าน ข้อความเด็ด ๆ ซะหน่อย เฮ้อ~ เสี๊ยดายยยย จัง แหม๊~ .... เสี๊ยดายยยยย จัง

ความรู้สึกหรอ ก็ดีใจนะ ที่เค้ากลับมาคุยกะเรา แต่เราคงยังไม่โทรหาเค้าตอนนี้หรอก ไม่อยากเจ็บเหมือนหลายครั้งที่ผ่านมา กลัวว่า พอโทรไปแล้ว เค้าจะไม่รับโทรสับเราอีก

ตอนนี้ขออยู่ห่าง ๆ ก่อนละกัน ถ้าจะคุย ก็คงคุยเหมือนคนที่เคยรัก คนเคยรู้จัก จะรักษาความสัมพันธ์ไว้ จะไม่หวังอะไรอีก จะไม่ขอเป็นอะไรสำหรับคุณ แต่จะไม่ตัดขาดจากกัน
***************************************
วันนี้ ได้คุยกะปอ ใน msn ... จะเดือนนึงแล้วมั๊ง ที่ไม่ได้โทรหาปอเลย ถามปอว่า “ไม่ได้โทรหาตั้งนาน มีคนโทรมามั๊งป่าว เหงามั๊ย?” ปอบอก “ไม่มีใครโทรมาเลย เหงา” ขอก๊อปมาใส่ไว้ในนี้ละกัน ที่คุยกะปอ
[09:34:09] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] : :)
[09:34:53] อยากให้คุณมีความสุข: :)
[09:35:49] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] : :D
[09:36:39] อยากให้คุณมีความสุข: :D
[09:36:53] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] : (o_o)
[09:38:04] อยากให้คุณมีความสุข: :
[09:38:11] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] :
ไม่เหมือน
[09:38:17] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] : (-_-')

[09:39:26] อยากให้คุณมีความสุข: (-3-)
[09:39:54] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] : -pp
[09:40:14] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] :
สงครามไอค่อน

[09:41:09] อยากให้คุณมีความสุข: (\ _/)
[09:43:01] อยากให้คุณมีความสุข: (>0<)

[09:43:47] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] : [-p-]
[09:43:56] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] : [-^-]
[09:43:58] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] : msmile
[09:44:01] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] : [mc]

[09:44:39] อยากให้คุณมีความสุข: :-*
[09:44:41] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] :
[love][ass][angry]
[09:44:54] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] :
[-..-][bone][sly][shit]

[09:45:04] อยากให้คุณมีความสุข: ^o)
[09:45:04] อยากให้คุณมีความสุข: 8-)
[09:45:04] อยากให้คุณมีความสุข: *-)

[09:45:40] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] :
จะไม่พูดใช่มะ

[09:47:43] อยากให้คุณมีความสุข: ({)
[09:51:29] อยากให้คุณมีความสุข: (})
[09:51:41] อยากให้คุณมีความสุข: ({)
[09:51:41] อยากให้คุณมีความสุข: (})
[09:51:53] อยากให้คุณมีความสุข: กอดซ้ายกอดขวา อะโอ๋

[09:52:25] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] :
เด๋วรักซะเลยนี่
[09:52:28] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] :
ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
[09:52:33] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] :
ทำมาเป็นกอดซ้ายกอดขวา
[09:52:47] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] :
คนนะเว๊ย ไม่ใช่พระอิฐพระปูน
[09:52:51] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] : :P

[09:54:23] อยากให้คุณมีความสุข: พระเค้าให้กอดกันด้วยเหรอ
[09:54:39] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] : กอดดิ
[09:54:46] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] :
(กอดอกตัวเอง)
[09:54:48] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] : เหอ ๆ

[09:55:07] อยากให้คุณมีความสุข: พระเนี้ยนะ
[09:55:11] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] :
เค้าหมายถึง ไม่ได้ไร้อารมณ์เหมือนพระ นะ
จะได้ไม่รู้สึกอะไรเลยอะ
[09:55:17] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] :
กอดอกง๊ายยยยยยยยยยยยย
[09:55:25] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] :
ขอกอดทีนึงได้ป่ะ :$
[09:55:27] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] : เหอ ๆ
[09:55:57] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] : แหะ ๆ

//ขอกอดเค้าหน้าด้าน ๆ เลยกู เหอ ๆ - -" เสียเชิงไปแล้วนี่ ทำไงได้ ไม่รู้จะอายทำไมละ ก็รู้หมดแล้วว่าคิดยังไง
[09:56:02] อยากให้คุณมีความสุข: ไร้อารมเหมือนพระ?
[09:56:03] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] :
ลามปามว่ะ - -"
[09:56:09] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] : เอ้า
[09:56:14] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] :
ไม่ต้องนอกเรื่อง
[09:56:26] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] : จะให้
ไม่ให้ กอด อะ

[09:57:42] อยากให้คุณมีความสุข: อะอะอะ
[09:57:52] อยากให้คุณมีความสุข: กอดก้อดะ

[09:58:09] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] : :D
จริงนะ?

[09:59:17] อยากให้คุณมีความสุข: (-^v^-)
[09:59:43] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] : :)
[09:59:47] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] :
รักปอจัง
[09:59:56] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] :
อยากให้ปอีความสุขมาก ๆเลยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
[10:00:16] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] :
ไม่ได้โทรหานานแล้ว มีใครโทรไปคุยมั่งป่าว?

[10:00:19] อยากให้คุณมีความสุข: ฮะฮะ
[10:00:19] อยากให้คุณมีความสุข: ขอบคุณคับ
[10:00:29] อยากให้คุณมีความสุข: ไม่มีครับ

[10:00:43] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] :
อ่าวววววววววว
[10:00:52] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] : อืมห์
[10:01:10] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] : แต่ปอ
ก็คงไม่เหงาใช่ป่ะ รู้สึกสบายหูมั่งมะ แหะ ๆ

[10:01:33] อยากให้คุณมีความสุข: เหงา
[10:01:33] อยากให้คุณมีความสุข: เงียบ
[10:01:43] อยากให้คุณมีความสุข: หง่าว

[10:01:56] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] : กำ -
-"
[10:02:13] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] :
งั้นพี่โทรหานะ ได้ป่ะ?
[10:02:21] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] :
(ได้อยู่แล้วเนอะ ปอตอบ)

[10:02:37] อยากให้คุณมีความสุข: เหะๆ
[10:02:47] อยากให้คุณมีความสุข: ได้อยู่แล้ว
[10:02:47] อยากให้คุณมีความสุข: ปอตอบ

[10:03:47] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] : ฮ่า ๆ

[10:04:14] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] :
รักปอจัง :)
[10:04:17] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] : น้องปอ
[10:04:22] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] : ^^

[10:07:58] อยากให้คุณมีความสุข: โดนอาหารลวกมออะ
[10:08:07] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] : หือ?
[10:08:09] อยากให้คุณมีความสุข: เมื่อตะกี้
[10:08:12] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] :
ทายายัง
[10:08:18] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] :
มียาทามั๊ยล่ะนั่น
[10:08:19] อยากให้คุณมีความสุข: มือ
[10:08:25] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] : อื้
อรู้แล้ว
[10:08:43] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] :
ไปเอาผ้าชุบน้ำเย็นมาประคบเร็ว
[10:08:47] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] :
เด๋วพองนะ
[10:08:51] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] : ปอ
[10:08:53] อยากให้คุณมีความสุข: ทาอะไร
[10:08:54] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] :
อยู่มั๊ย

[10:09:09] อยากให้คุณมีความสุข: แช่น้ำแข็งอยู่
[10:09:14] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] :
อ่า....
[10:09:22] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] :
เย็นไปเป่า?
[10:09:29] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] :
ก็ดีแล้ว
[10:09:46] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] :
พี่เคยโดนเตารีดอะ แม่พี่บอกให้เอายาสีฟันทา ๆ
มันจะได้ไม่พอง
[10:09:53] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] :
ก็ได้ผลนะ ไม่รู้ปอเคยทำป่าว
[10:10:04] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] : เอ๊ะ
แล้วนี่พิมพ์ มือเดียว?
[10:10:04] อยากให้คุณมีความสุข: พิมมือเดียวอะ
[10:10:09] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] :
ว่าแล้วเชียว - -"

[10:10:32] อยากให้คุณมีความสุข: แง๊
[10:10:59] อยากให้คุณมีความสุข: อดกินเลย
[10:11:12] อยากให้คุณมีความสุข: อาหารหกราดมืออะ

[10:11:20] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] : ง่ะ
[10:11:31] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] :
กินอย่างอื่นแทนก็ได้นี่นา
[10:11:37] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] :
ไม่เป็นไรหรอก มันหกไปแล้ว
[10:11:48] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] :
อยู่กะใคร พี่ชายอยู่มั๊ย?

[10:11:56] อยากให้คุณมีความสุข: มือมันเป็นอะดิ
[10:12:01] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] : ง่ะ
[10:12:13] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] :
เป็นไรมากมั๊ยเนี่ย มือแดงป่าว?

[10:13:15] อยากให้คุณมีความสุข: นิดหน่อยฮะ
[10:14:12] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] : อืม...
[10:14:24] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] :
รู้สึกแสบร้อนมั๊ย

[10:15:15] อยากให้คุณมีความสุข: ชาฮะ
[10:15:27] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] :
ก็แช่น้ำแข็งนิ

[10:15:27] อยากให้คุณมีความสุข: (แช่น้ำเย็น)
[10:18:11] อยากให้คุณมีความสุข: แป้บเดียวน้ำแข็งละลายหมดเลยอะ
[10:18:37] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] : นะ
[10:18:45] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] :
อากาศที่นู่นตอนนี้เป็นไงมั่ง
[10:18:47] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] :
หนาวมั๊ย?

[10:19:29] อยากให้คุณมีความสุข: ไม่หนาวฮะ
[10:19:39] อยากให้คุณมีความสุข: กะลังสบายๆ

[10:20:06] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] : :)
[10:20:21] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] : รักปอ
จัง ถึงจะรักข้างเดียวก็มีความสุขล่ะ ตอนนี้ ^^

[10:21:08] อยากให้คุณมีความสุข: หายเศร้าแล้วเหรอฮะ
[10:21:24] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] : อื้อ
[10:21:32] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] :
แต่คุยกะปอแล้วดีขึ้นเยอะเลย
[10:21:48] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] : ใจอะ
สบายดีแล้วล่ะ พอได้คุยกะปออะ

[10:22:10] อยากให้คุณมีความสุข: เวอร์ไปปะ
[10:22:10] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] :
แต่ก็ยังไม่อยากคุยกะใครอยู่ดีอะ
[10:22:17] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] : ไม่เว่อ
จริง ๆ
[10:22:33] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] :
พี่เพิ่งจะยิ้ม ที่คุยกะปอเนี่ย
[10:22:42] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] :
ไม่ได้พูดเอาใจหรืออะไรอะ แต่พูดจริง ๆ

[10:22:47] อยากให้คุณมีความสุข: เดี๋ยวไปเก็บกวาดก่อนนะ
[10:22:53] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] :
ไม่งั้นวันนี้ไม่บอกรักตั้งหลายรอบหรรอก

[10:22:57] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] : คับ
[10:29:18] อยากให้คุณมีความสุข: อาหารมื้อนี้อดเยย
[10:29:41] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] : ง่ะ
[10:29:47] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] :
มันคืออะไรหรอ
[10:29:54] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] :
กินอย่างอื่นแทนไปก่อนดิ
[10:29:58] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] : นะ
[10:30:02] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] :
ไม่ต้องเสียดายหรอก
[10:30:13] - ~: (S) [? F r a G i L e :: T h O ! t ! n G ?] :
ทำกินใหม่ได้น่า
[10:31:09] อยากให้คุณมีความสุข: อาหารกล่องพึ่งอบมาจากเตาใหม่ๆ
[10:31:35] อยากให้คุณมีความสุข: ถือพลาดด้วยความไม่ระมัดระวัง
[10:31:41] อยากให้คุณมีความสุข: ราดมือ อุปส์ๆๆ


ตัดมาแค่บางส่วน นอกนั้นก็คุยปกติ ...

วันนี้เป็นวันที่บอกรักปอเยอะที่สุด ตอนนี้รักได้อย่างมีความสุข รักแบบไม่หวังให้ปอรักตอบ ทำไมถึงรู้สึกแบบนี้ได้นะ เพราะอะไร ...??

วันนี้รู้สึกรักได้อย่างบริสุทธิ์ จริง ๆ

รักปอจัง ^^


ปล. วันนี้มีพี่ที่ทำงานคนนึง บอกว่า “ http://thoiting.diaryclub.com/ เข้าไม่ได้เลย”
เวนกำ - -“ แอบบไปอ่านได กูตั้งแต่เมื่อไหร่วะเนี่ย แอบมาเห็นตั้งแต่เมื่อไหร่ ว่ากูเขียนไดฯเนี่ย แอบเห็นชื่อเวบชั้นตั้งแต่เมื่อไหร่กาน พี่อ๊วนนนนนนนนนนนนนนนน~

เซ็งเลย ไม่อยากให้รู้เลย คงต้องเปลี่ยนไดฯ ละนะ มาเขียนที่ Blogspot นี่แหละ เฮ้อ~ วัยรุ่นเซ็ง (_ _ )”

**รูป**


เรารักกัน ^^

Thursday, September 23, 2004

สิ่งที่ขาด กับสิ่งที่เกิน~

สิ่งที่ขาด กับสิ่งที่เกิน~

มีคนบอกว่า ...

ถ้ารักคน คนนึง ไม่จำเป็นที่จะให้เค้ารักตอบ
>>> แล้วไหนบอกว่าความรักเกิดจากคนสองคน
แต่เมื่อได้รับรักจากใครคนนึง ให้ถนอมและรักษาความรักนั้นไว้เป็นอย่างดี
>>> ทั้ง ๆ ที่เราไม่ได้รักเค้า??

เคยบอกกับตัวเองว่า “รักคนที่เค้ารักเราดีกว่า” เพราะอย่างน้อย เราก็ไม่ต้องคาดหวังว่า “เค้าจะรับรักเรา หรือ รักเราตอบมั๊ย”

ตอนนี้ รู้สึกว่า เราขาดสิ่งนึงไปจากใครคนนึง แต่ได้สิ่งนั้นตอบจากคนอีกคนนึง
“คนที่เรารัก เค้าไม่ได้รักเรา แต่กลับมีอีกคนที่เราไม่ได้รัก เค้ากลับมารักเรา”
แล้วทำไมต้องเป็นแบบนี้
ขาดหนึ่งอย่างไป แต่กลับได้อีกคนมาเติมส่วนที่ขาด
ไม่ยุติธรรมเลย (_ _ )” …

หรืออาจจะเป็นเพราะเรา “คาดหวัง” กับใครคนนึง “มากเกินไป”



*********************************************

ชอบข้อความข้างล่างนี้ เอามาจากได กวาง
http://raindeer.diaryclub.com

หมายเหตุ : ข้อความสีแดง คือที่เติมลงไปเองนะ


"If you love something...let it go, if it comes back to you it was truly meant to be." - - Anonymous - -

ถ้าคุณรักในใครซักคน จงปล่อยให้เขาเป็นอิสระ เพราะถ้าคู่กันแล้ว ยังไงซะเขาก็เป็นของคุณ

**************************************

"Where's ever you go, go with all your heart."
- - Confucious - -
ไม่ว่าคุณจะไปที่ไหน จงไปพร้อมใจทั้งหมดของคุณ << แล้วมันก็ทำให้เราเจ็บทั้งใจ เมื่อเราต้องผิดหวัง

**************************************

"Love comes naturally, in unexpected ways, without any permission."
- - Anonymous - -
ความรักอุบัติขึ้นตามธรรมชาติ ฉับพลัน ปราศจากซึ่งคำอนุญาตใดใด

***********************************

You know when you love someone when you want them to be happy even if their happiness means that you're not part of it."
คุณจะรู้ว่า คุณรักใครซักคน เมื่อคุณต้องการให้เค้ามีความสุข แม้ว่าคุณจะไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของความสุขนั้น << ชั้นเคยมีความสุขกับความรู้สึกแบบนี้ แต่ตอนนี้มันหายไปไหน (_ _ )”

***********************************

"Some people come into our lives and quickly go. Others stay for a while and leave footprints on our hearts and we are never ever the same."
บางคนผ่านเข้ามาในชีวิตเราและก็ผ่านไป ในขณะที่บางคนได้เข้ามาและทิ้งรอยไว้ในใจเรา และสิ่งนั้นทำชีวิตเราเปลี่ยนแปลงไปไม่เหมือนเดิม << ให้ กอล์ฟ ... สามารถจริง ๆ (_ _ )”ไม่ได้โทษกอล์ฟนะ แต่พี่รู้ว่าตัวพี่เองเปลี่ยนไป เมื่อได้รู้จักกับกอล์ฟน่ะ จะขอบคุณใครดี ที่ทำให้เราได้รู้จักกัน (ยังไงก็ลืมไม่ได้หรอก) ^^


ขอให้ความสุขอยู่ที่คุณ



Wednesday, May 26, 2004

อยากให้เป็นเหมือนคืนนี้ตลอดไป ^^"

Wednesday, May 26, 2004

**************** เอาเวลาพักเที่ยง มานั่งเขียน ไดอารี่ กริ๊ว ๆ ****************

อ่า....วันนี้ ตื่นเช้ามากเลยยย....ตีห้าเศษ ๆ ได้ เพราะคุณมอม
เค้าโทรมาปลุกครับ (-_- ")
พี่แกเล่นไม่นอนเลยทั้งคืน ดูหนังยันเช้า ซะงั้น
แล้วพี่แกโทรมาแล้วรอบนึงตอนตีสาม แล้วก็โทรมาอีกตอนตีห้า เฮ้อ… ก็ดีอะนะ ทำให้เราตื่นเช้าไปด้วย
แต่จริง ๆ วันนี้กะจะตื่นเช้าอยู่แล้วล่ะ พอดีชุดฟอร์มที่สั่งตัด เพิ่งได้มาเมื่อวาน
เลยจะตื่นมาซักซะหน่อย


เอาล่ะ มาว่า ถึง ละคร ของผม กันต่อ ....

เมื่อคืนที่ผ่านมา ไม่มีอะไรที่ทำให้ต้องหนักใจเลย
พี่ชายของผม พอเค้ากลับมาจากทำงาน (แต่ก็กลับช้าอยู่อะนะ )
ก็ล้างรถ (เมื่อวาน ฝนมันตกทั้งวันอะครับ) และก็ซักผ้า จริงๆ ก็ไม่ได้ซักเองอะนะ
แต่เอาผ้ามาให้น้องเลี้ยงซักให้ (คือ พี่เลี้ยง เค้าไว้เรียกคนที่แก่กว่าใช่ป่ะ แต่นี่เค้าอายุน้อยกว่าผมตั้งเกือบ 10 ปี อะ เลยต้องเรียกน้องเลี้ยง เหอ ๆ :P)
แล้วเค้าก็นอนดูทีวี อยู่บ้านทั้งคืน
เหล้าก็ไม่ได้กิน ก็เลยไม่มี “เมา” กลับมาฝากที่บ้าน

เมื่อคืนจึงเป็นคืนที่ผมอยากให้มันเป็นอย่างนี้บ่อย ๆ
มันทำให้แม่ผมเค้า ไม่ต้องมาเครียดกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง หรือมีเรื่องที่ทำให้ท่านต้องไม่สบายใจ

ผมคิดทุกวัน ว่าถ้าพี่ชายผมกลับมาบ้าน หรือเวลาที่ผมต้องเจอหน้าเค้า เค้าจะหาเรื่องมาให้แม่ปวดหัวรึป่าว
แต่เมื่อคืนช่างเป็นคืนที่ผมปรารถนาอยากให้เป็นซะจริง ๆ

วันนี้ผมเลยพลอยอารมณ์ดีไปด้วย ซะงั้น อิ ๆ ^^"

งั้นผมขอพักยก ละคร ชีวิต ของผมไว้ก่อนละกัน เล่าถึงอย่างอื่นมั่งดีมะ ท่านผู้ชม ^^

อ่อ...เกือบลืม ปล.

ปล. 1: ผมมีเรื่องที่แปลก (สำหรับผมและก็บางคน) เกี่ยวกับความสันพันธ์บนอินเตอร์เนตมาเล่าให้ฟังด้วยล่ะ แต่ผมขอไปคิดก่อนนะ ว่าจะเริ่มเล่ายังไงดี (ทำให้อยาก ซะก่อน แล้วบังอร ก็จากไป อิ ๆ)
ปล. 2: ผมว่า เปลี่ยนจาก ใช้คำแทนตัวเองว่า “ผม” เป็น อย่างอื่นจะดีกว่ามะ? เช่น หนู ไรงี้ ดีป่ะ? แหะๆ
(แต่เขียยทีไร ใช้ผมทุกที (-_- ") )





Tuesday, May 25, 2004

version 1.1 มาแล้วจ่ะ

Tuesday, May 25, 2004
เมื่อคืนฝนตกหนัก ผมต้องตื่นมากลางดึก เพื่อปิดหน้าต่าง อากาศเย็นมากครับทำให้ผมฝันถึงเพื่อนเก่า ๆ ได้เลย เหอ ๆ
เช้านี่บรรยากาศเย็นฉ่ำมาก ๆ แต่ผมต้องสะดุ้งตื่น เพราะเสียงของแม่
แม่กำลังบ่นให้พี่ชายผมอยู่ครับ (-_- )’
แม่แก ก็บ่นตามประสาคนแก่ เรื่องที่ท่านบ่น ก็คือ ที่บ้านเรามีรถแค่คันเดียว แล้วพี่ชายผม เค้าก็ยึดกุญแจรถเอาไว้ ส่วนตัวเค้าเอง เวลาเค้าไปทำงาน เค้าก็จะเอารถมอร์เตอร์ไซค์ไปทำงาน แล้วก็จอดทิ้งไว้ที่นั่น เวลาทำงาน เค้าก็ออกไปกับรถของบริษัท สงสัยมั๊ยครับ ว่าทำไมเค้าต้องยึดกุญแจรถไว้ ทั้ง ๆ ที่ เค้าก็ไม่ได้เอาไปใช้ด้วย เหตุผลก็เพราะ พอตกเย็นเค้ากลับมาจากทำงาน เค้าก็จะเอารถไปใช้น่ะสิครับ ไปกินเหล้าครับ พี่ชายผมเค้ากินเหล้าได้ทุกวัน แทบจะไม่มีวันหยุดเลย บางวัน กลับมาถึงบ้านทุ่มนึง ก็เมากลับมาแล้วครับ ขนาดเค้าเมา แต่เค้าก็ยังออกไปต่อข้างนอกได้อีก ผมล่ะงงจริง ๆ หรือบางวัน ถ้าไม่เมา ก็ไม่อยู่บ้านครับ ผมก็ไม่รู้ว่าเค้าออกไปไหนเหมือนกัน กลับมาอีกที ผมก็หลับ ไม่รู้เรื่องไปแล้วครับ หรือแม้จะเป็นวันทำงาน พี่ผมก็ไม่เว้นครับ ทำงานไป ยกของไป เดินเซไป (พี่ชายผมเป็นพนักงานขายครับ หรือเรียก ง่าย ๆ ก็เป็น sale ขาย เครื่องดืมชนิดนึง น่ะแหละครับ) ที่แม่เค้าบ่น เพราะเค้าต้องเป็นคนคอยเติมน้ำมันรถ ทั้ง ๆ ที่บางที เติมไปแล้ว ยังไม่ได้ทันใช้สอยที่บ้าน แต่ว่าน้ำมันก็หมดซะก่อน เพราะพี่ชายผมเค้าเอาไปใช้น่ะครับ ถ้าเป็นบ้านอื่น ก็อาจจะคิดว่า ไม่น่าจะเป็นเรื่องที่จะเอามาบ่นเลย แต่ด้วยฐานะทางบ้านของเรา ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่นัก แต่ก็พอมี พอกินได้ในแต่ละวัน เรื่องค่าน้ำมัน ก็เลยเป็นอีกเรื่องนึงที่แม่ต้องคอยบ่นตลอด
เวลาแม่ผมบ่นหรอครับ ผมก็ไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่หรอก ก็ผมไม่ได้เป็นคนถูกบ่นนี่ครับ :P
แต่ผมเห็นเวลาแม่เค้าบ่นแล้วผมก็เหนื่อยแทนเค้าน่ะครับ บ่นด้วยอารมณ์ ฉุนเฉียว โกรธ โมโห แต่บ่นแล้วก็แก้ปัญหาไม่ได้เลย พี่ผมมันฟังเข้าทางหูซ้าย ทะลุออกหูขวาตลอดแหละครับ
ผมก็เคยบอกแม่นะ ว่า บ่นไปเค้าก็ไม่ฟัง แถมเวลาเราบ่น เราก็เหนื่อยเองอีก ทำให้เราคิดมากอีก ไม่รู้จะบ่นไปทำไม แม่ผมก็เค้าจะหยุดฟังนิดนึง แต่ซักพักเค้าก็บ่นต่ออีก -_-‘
ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่แม่ผมหรอกครับ แต่มันอยู่ที่คนที่ทำให้แม่ผมต้องบ่นมากกว่า (ไม่ได้โยนความผิดให้พี่ชายนะครับ แต่มันคือเรื่องจริง) ก็เพราะถ้าไม่มีเรื่องพวกนี้ แม่ผมเค้าก็จะอยู่ของเค้าเฉย ๆ บางครั้งก็เล่นมุขขำขัน ซะงั้น ผมก็เลยต้องพยายามเล่นมุขกับแม่บ่อย ๆ แต่บางทีถ้าเล่นไม่รู้เวลา ไปเล่นเวลาที่เค้า เพิ่งบ่นมาใหม่ ๆ แล้วเราไม่รู้ ท่านก็ไม่ขำด้วยครับ โดนดุอีก เหอ ๆ เซ็งเลย -_-‘
วันนี้แม่ผมถึงกับพูดออกมาว่า “อยากจะหนีมันไปให้พ้นจัง กูล่ะเบื่อ” -_-‘
ผมไม่รู้ว่าแม่พูดจริงหรือพูดเล่น แต่อย่างที่ผมบอก ถ้าผมมีตังค์เมื่อไหร่ ผมพาแม่ไปแน่ แต่ก็ไม่แน่ใจว่าท่านจะอยากไปจริงรึป่าว ถึงวันนี้ท่านจะพูดออกมาก็เหอะ

เมื่อเช้า ตอนนั่งรถมาทำงาน พี่อ้อย (คนขับรถ) พี่แกเปิดเพลงได้ถูกใจผมแต่เช้าเลยครับ ผมนั่งร้องมาตลอดทางเลย ร้องได้แทบจะทุกเพลง แต่ละเพลงมันส์ ๆ เก่า ๆ ทั้งนั้น
วันนี้ผมเลยค่อนข้างที่จะอารมณ์ดีนะ เพราะเพลงที่พี่อ้อยเปิดเมื่อเช้าแท้ ๆ เลย
เพลงนี่สามารถทำให้เราสบายใจ ในเวลา ที่เราไม่สบายใจ ได้จริง ๆ
และเวลาที่เราเศร้า ก็ทำให้เราได้เศร้ายิ่งกว่า เวลาที่เจอเพลงบางเพลงโดนใจ....
ดนตรี สร้างอารมณ์....
ผมขอตัวไปทำงานก่อนนะครับ

ทนไม่ไหว (version 1.0)

Monday, May 24, 2004

เมื่อวาน พี่ ๆ ที่ทำงานชวนไปเที่ยววัด (เค้าเรียกว่าเที่ยวป่ะ ไปวัดอะ) ที่สกลนคร ก็ประมาณไปดูวัด และก็กราบพระ ทำบุญอะไรประมาณนั้น ก็ได้ไปหลายวัดอยู่
วัดแรก ที่ไป วัดแจ้ง อะไรซักอย่าง อันนี้เป็นวัดที่ไม่ได้ตั้งใจจะไป พี่คนขับพาไปผิดวัด (-_- )’
จริง ๆ แล้ว วัดแรกที่ตั้งใจจะไปคือ วัด พระธาตุเชิงชุม พี่เค้าบอก “ได้ข่าวว่า สวย” (คือ ข่าวจริง ๆ ด้วยนะ ข่าวจากช่อง 7 ช่วงที่คุณศันสนีย์ แกเป็นคนบรรยายอะ) ตอนแรกก็วน ๆ หาอยู่พักนึง ตอนหลังตัดสินใจแวะถามทางดีกว่า ปรากฏว่า ไม่ได้ไกลกะวัดตะกี๊เลย ไปถึงก็ไหว้พระ เสี่ยงเซียมซี ได้เบอร์ 14 ไม่ค่อยจะดีเลย น้องยุ (แฟนพี่ทอง) บอกว่า ถ้าไม่ดี ห้ามนำออกจากวัด ก็เลยไม่ได้เอาออกมา และก็ไม่รู้ว่าเค้าห้ามเล่าให้คนอื่นฟังด้วยรึป่าว ไม่ขอเล่าละกันนะ กันไว้ก่อน :P
อ่อ !! เจอน้องหมาหน้าย่น น่ารักมาก ตัวนึง อยากจะขอท่านมาเลี้ยง แต่ ท่านคงไม่ให้ (-_- )’

หลังจากเสร็จการทำบุญที่สัด ก็ถึงเวลา กินข้าว (เย้ๆ หิวจะตายอยู่ละ -“-) “ส้มตำ ข้าวเหนียว ไก่ย่าง ปลาเผา” หน้าวัดพระธาตุ อร่อยใช้ได้ มื้อนี้ใครจ่ายผมไม่รู้ รู้แต่ว่า ผมได้กินฟรี อิ ๆ :P (เหมือนหวังกินฟรีเกินไปป่าววะ (-“- )

กินเสร็จ ก็เดินทางหาวัดกันต่อ (ก็มันไม่รู้ทางก็ต้องเรียกหา สิ ใช่ป่ะ?) วัดป่า ฯ วัดอาจารย์มั่นฯ วัดอาจารย์ฝั้นฯ วัดถ้ำขาม วัดนี้มีลิงเยอะแยะเต็มไปหมด แถมบรรยากาศดีมาก ๆ ขึ้นไปสูงหน่อย ไปถึง จะมีโขดหิน ที่มองเห็นรอบ ๆ ภูเขาได้ ลมเย็นมาก คนอื่นเค้าถ่ายรูปกันครับ วัดนี้ผมไม่ได้ถ่าย เหนื่อย !! แต่วัดอื่นมีรูปผมทุกรูป !!เสียดายว่ะ 

ไม่เป็นไร ได้นั่งพักเหนื่อยเย็น ๆ ก็ดีแว้ว...

ต่อด้วยวัด “ภูเพ็ก” ชื่อแปลกเนาะ วัดนี้ไม่ได้ขึ้นไปไหว้พระ เพราะถ้าจะไหว้ ต้องเดินขึ้นเขา อีก 1 กิโลเมตร !! ตอนแรกพี่จินก็บอก “พี่ขอนั่งรอข้างล่างละกัน” พอมองขึ้นไปบนยอด ทุกคนก็ลงความเห็นกันว่า ไม่ขึ้นดีกว่าครับ เหอ ๆ สรุปก็ได้เห็นแค่ นงยูง ตัวใหญ่ ๆ ตัวนึง แล้วก็กลับ รูปก็ไม่ได้ถ่าย....

คราวนี้ก็ถึงเวลาเดินทางกลับบ้าน ห้าโมงพอดีเป๊ะ แวะซื้อน้ำ ขนม พี่อ้วน พี่เสด พี่อ้อย พี่โต้ง (พี่ชายผม) ก็ถือโอกาสซื้อเบียร์กินซะงั้น เสร็จภารกิจ ก็ตรงดิ่งกลับบ้าน

ตกลงวันนี้ผมมาพักผ่อนหรือมาทรมานตัวเองครับ เหนื่อยจัง  แต่ก็ดี ได้บุญกลับไปฝากที่บ้าน


มาถึงสิ่งที่ผมอยากจะเขียนมากที่สุด....

“ใครเจอเรื่องแบบนี้เหมือนผมบ้าง”
คุณเคยมีพี่ชาย ที่จะตีแม่ และเคยจะตีพ่อตัวเองรึป่าว??
ตอนผมเป็นเด็ก ๆ ผมก็เคยเป็นเด็กที่ก้าวร้าว แต่ก็ไม่ถึงขั้นที่จะตี พ่อกับแม่ เลยแม่แต่ซักครั้งเดียว อย่างมากผมก็เถียง และก็รู้สึกอยากจะหนีออกจากบ้านบ้าง
จริง ๆ แล้ว ผมก็ไม่เชิงว่าจะเถียงทุกครั้ง บางครั้งที่ผมพูดด้วยเหตุผลให้ท่านฟัง ท่านก็ไม่ยอมฟัง หาว่าผมเถียง พอผมโตขึ้น ผมก็ไม่กล้าเถียงท่านละ เพราะพูดไปก็ไร้ประโยชน์ ไม่พูดเลยดีกว่า ทำให้ผมไม่ค่อยเข้าใจพ่อ และก็ไม่ค่อยพอใจท่านเท่าไหร่ แต่ไม่ใช่ว่าผมไม่รักท่านนะ ผมก็รักท่านเหมือนกัน แต่ที่บ้านผม กับพ่อเราไม่เคยที่จะแสดงความรักแต่กันเลย ก็มีบ้าง ตอนวันเกิดท่าน วันพ่อ วันแม่ วันครอบครัว แต่ไม่มีวันสำคัญพวกนี้ ลูก ๆ (ยกเว้นพี่ชายผมอีก 2 คน) ก็ไม่รู้จะแสดงความรักต่อท่านอย่างไรแล้ว

กลับมาถึงเรื่องพี่ชายผม
ผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมพี่ชายผมถึงต้องเป็นถึงขนาดนั้น ตอนนี้ผมก็ยังไม่เข้าใจอยู่เหมือนกัน
จะว่าไป ผมกับพี่ชายผม ก็เจอเรื่องราว หรือปัญหาที่บ้านมาพอ ๆ กัน น่าจะมีความคิดที่คล้าย ๆ กันบ้าง แต่ผมว่าผมคงเข้าใจผิด ผมแค่อยากให้เค้าคิดเหมือนผมบ้าง และก็คงเพราะเราต่างกันที่ ผมเป็นผู้หญิง (งงละสิ เป็นผู้หญิง ทำไมใช้แทนตัวเองว่า “ผม” ไม่ได้เป็นทอมนะฮะ ผู้หญิง 100 % แต่ว่ามันชินอะ) และเค้าเป็นผู้ชายด้วยมั๊ง เค้าเลยก้าวร้าวมากขนาดนั้น
แต่สำหรับผม ผมคิดว่า อายุเค้าก็พอที่จะทำให้เค้าคิดได้ ทำให้เค้าสำนึกถึงบุญคุณของพ่อกับแม่บ้าง แต่เวลาผ่านไปหลายปี มันไม่ได้ช่วยให้เค้าคิดได้เลย
ผมรู้สึกสงสารพ่อกับแม่ ท่านแก่แล้ว ผมไม่อยากให้ท่านต้องมาเจอแต่เรื่องที่ไม่สบายใจ หรือทำให้ท่านคิดมากอีก

ตอนที่ผมไปเรียนกรุงเทพฯ ผมก็คิดว่า เค้าน่าจะโตเป็นผู้ใหญ่บ้าง ถึงจะไม่รู้จักรับผิดชอบตัวเอง แต่ด้วยวัยวุฒิ มันน่าจะทำให้เค้าคิดอะไรดี ๆ ได้ซักอย่าง แต่เมื่อผมได้กลับมาอยู่บ้าน ผมก็ต้องมารเจอกับเรื่องราวปัญหา ซ้ำ ๆ เดิม ๆ เหมือนเมื่อก่อนไม่มีผิดเพี้ยน
พี่ชายผม เค้าเกเร ก้าวร้าวตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วก็เป็นสาเหตุนึง ที่ทำให้เค้าจบแค่ ม. 3

ผมคิดไว้ว่า ถ้าผมมีเงินเก็บเพียงพอเมื่อไหร่ ผมจะพาแม่ผม ไปสร้างบ้านอยู่ที่อื่นให้ไกลจากพี่ชาย ไกลจากปัญหาอีกหลายอย่างที่ต้องเจอในครอบครัว หลายคนดูแล้ว อาจจะคิดว่า ผมกำลังหนีปัญหาอยู่ ผมก็รรู้สึกอย่างนั้นนิด ๆ เหมือนกัน แต่นี่เป็นวิธีของผม ที่จะทำให้แม่ผมสบายใจได้ (มั๊ง) แต่ผมก็คิดอยู่เหมือนกัน ว่าหัวอกคนเป็นแม่ เค้าจะอยากทิ้งลูกตัวเองไปได้ยังไง
ผมจะทำยังไงดี.....

ปัญหาผม ไม่ได้มีแค่นี้ นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่ง น้อยนิดที่ผมต้องเจอบ่อย ๆ ทุก ๆวัน
ไว้ผมจะมาเล่าให้ฟังต่อละกันนะครับ

คุณคิดว่าผมจะทำอะไรกับพี่ชายผมได้บ้าง
ผมเคยพูดกับเค้าหลายหน หวังว่าให้เค้าคิดบ้าง แต่กลับกลายเป็นว่าผมไปยุ่งเรื่องของเค้า ผมโดนเค้าด่ากลับมา และเค้าก็จะตีผมอีก

พูดไปเหมือนใส่ร้ายพี่ตัวเอง...

สาเหตุเรื่องที่ต้องทะเลาะกันหรอครับ มีได้หลายสาเหตุ ตั้งแต่เรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง จนไปถึงเรื่องใหญ่
ถ้าเค้าไม่ได้ดั่งใจ เค้าก็จะหาเรื่องกับทุกคน

มีอยู่ครั้งนึง เรา (แม่ผม พี่ชายคนที่กำลังพูดถึง พี่สาวและก็ผม) กำลังเก็บของที่ร้าน เพื่อที่จะกลับเข้าบ้าน
ผมเห็นคนเมาคนนึง กำลังเดินไป เดินมาอยู่กลางถนน เค้าเดินไปขวางรถหลายคันที่วิ่งผ่าน เพื่อที่จะอาศัยรถเค้ากลับบ้าน ผมก็กลัวว่าเค้าจะโดนรถทับตายไปซะก่อน ผมก็เลยบอกให้พี่ชายผมให้พาเค้าออกจากถนน แต่ผมกลับโดนพี่เค้าด่ากลับมาสารพัด ว่าไป “เสือก” กะเค้าทำไม ญาติก็ไม่ใช่.....
แล้วผมก็อึ้ง นิด ๆ กับการที่ผมหวังดีกับผู้ชายคนนั้น ผมผิดด้วยหรอ ?
ผมมองหน้าพี่ชายผม แล้วก็พูดไรไม่ออกอีก ....
ตอนกำลังผมขับรถกลับบ้าน แม่ผมบอกว่า “กลัวจะผู้ชายคนนั้นเค้าโดนรถชนจัง” ไอ้ตอนนั้นผมก็โมโห พี่ชายผมอยู่ ผมก็เลยพูดไปว่า “จะไปสนใจทำไม ญาติก็ไม่ใช่”
ผมไม่น่าพูดอย่างนั้นกับแม่เลย ....